ประวัติ ฮาดี้ ซาอี นักเทควันโดอิหร่าน ตำนาน 2 ทอง 1 ทองแดงโอลิมปิก

Browse By

ประวัติ ฮาดี้ ซาอี นักเทควันโดอิหร่าน คือเรื่องราวของเด็กชายจากเตหะรานที่เริ่มต้นบนเสื่อเทควันโดตั้งแต่วัยประถม ก่อนจะกลายเป็นนักกีฬาเทควันโดที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์โอลิมปิก ด้วยผลงาน 2 เหรียญทอง 1 เหรียญทองแดง ร่วมกับแชมป์โลก แชมป์เวิลด์คัพ และแชมป์เอเชียอีกนับไม่ถ้วน

ทุกวันนี้แฟนกีฬาทั่วโลกไม่ได้เชียร์แค่เทควันโดอย่างเดียว แต่ยังตามทั้งบอล บาส มวย ศิลปะการต่อสู้หลากชนิดผ่านหน้าจอเดียว บางคนดูเทควันโดย้อนหลังก็จริง แต่พอพักยกก็สลับไปเช็กโปรแกรมกีฬาอื่น ลุ้นต่อเนื่องผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้าใช้งานง่ายอย่างการกดเข้าไปที่ สมัคร UFABET เพื่อดูเมนูกีฬาต่าง ๆ ก่อนจะกลับมาซึมซับเรื่องราวของตำนานนักสู้บนเสื่ออย่างฮาดี้ ซาอีกันต่อ

บทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักเขาแบบละเอียด ตั้งแต่จุดเริ่มต้น เส้นทางสู่แชมป์โลก เหรียญโอลิมปิกทั้งสาม สไตล์การเล่น ไปจนถึงชีวิตหลังรีไทร์ และบทเรียนที่คนธรรมดาอย่างเราหยิบไปใช้ได้จากเส้นทางของชายคนนี้


จุดเริ่มต้นของ ฮาดี้ ซาอี จากเด็กชายในเตหะรานสู่เสื่อเทควันโด

ฮาดี้ ซาอี โบนะโคฮาล (Hadi Saei Bonehkohal) เกิดวันที่ 10 มิถุนายน 1976 ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน

  • เขาเริ่มฝึกเทควันโดตั้งแต่อายุราว ๆ 6–7 ขวบ
  • ช่วงแรก ๆ ยังไม่ได้มีเป้าหมายว่าจะต้องเป็นแชมป์โลกหรือแชมป์โอลิมปิก แต่เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไปที่ได้ลองศิลปะการต่อสู้เพื่อความแข็งแรงและระเบียบวินัย
  • ด้วยสรีระที่ค่อนข้างสูงโปร่ง และพรสวรรค์ด้านการทรงตัว การเตะที่แม่นยำ ทำให้โค้ชเริ่มส่งเขาเข้าร่วมแข่งขันรายการเยาวชน ตั้งแต่ระดับเมือง ระดับชาติ ไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ

ไม่นานนัก ชื่อของเขาก็เริ่มโผล่ในรายการระดับทหารและทัวร์นาเมนต์นานาชาติช่วงกลางทศวรรษ 1990

  • ปี 1995 – เหรียญเงินในการแข่งขัน World Military Taekwondo Championships
  • ปี 1996 – เหรียญทองแดงในรายการ Military World Championships

สองเหรียญนี้อาจดูเล็กเมื่อเทียบกับของใหญ่ที่จะตามมา แต่ถือเป็น “บันไดขั้นแรก” ที่ทำให้เขาเริ่มคุ้นกับเวทีระดับโลกและคู่ต่อสู้จากหลายประเทศ


ก้าวสู่ระดับโลก: แชมป์โลก แชมป์เวิลด์คัพ และแชมป์เอเชียนเกมส์

ปลายยุค 90s คือจุดที่ฮาดี้ ซาอี เปลี่ยนจาก “ตัวแทนทีมชาติอิหร่าน” กลายเป็น “ตัวท็อปของโลก”

ไฮไลต์สำคัญในช่วงนี้ ได้แก่

  • 1998 – คว้าเหรียญทอง World Taekwondo Cup รุ่น -70 กก. นับเป็นแชมป์เวิลด์คัพสมัยแรก และเป็นสัญญาณชัด ๆ ว่าเขาเริ่มขึ้นมาบนแถวหน้าของโลกแล้ว
  • 1999 – คว้าเหรียญทองชิงแชมป์โลก (World Taekwondo Championships) ที่เมืองเอดมันตัน ในรุ่น 72 กก. กลายเป็นแชมป์โลกอย่างเต็มตัว และช่วยผลักดันให้เทควันโดอิหร่านเริ่มดังในสายตาโลกมากขึ้น
  • 2002 – เหรียญทองเอเชียนเกมส์ ที่เมืองปูซาน รุ่นประมาณ -72 กก. ตอกย้ำว่าเขาไม่ใช่แค่เบอร์ใหญ่ในโลก แต่ยังครองบัลลังก์ในเอเชียอย่างแท้จริง

ควบคู่กับนั้น เขายังกวาดแชมป์เวิลด์คัพอีกหลายครั้ง ระหว่างปี 1998–2002 รวมแล้ว 4 สมัย แถมยังได้แชมป์ศึกคัดเลือกโอลิมปิกแบบโลกอีกหนึ่งครั้ง

พูดง่าย ๆ คือ ก่อนจะถึงโอลิมปิกซิดนีย์ 2000 เขาไม่ใช่แค่ “คนมีแวว” แต่คือ “ตัวเต็งของโลก” ไปเรียบร้อยแล้ว


ซิดนีย์ 2000: เหรียญทองแดงโอลิมปิกใบแรก – จุดเริ่มต้นของตำนาน

เทควันโดถูกบรรจุเป็นกีฬาชิงเหรียญอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโอลิมปิกซิดนีย์ 2000 และฮาดี้ ซาอี ก็เป็นหนึ่งในตัวแทนทีมชาติอิหร่าน ที่ลงแข่งในรุ่น -68 กก.

ในทัวร์นาเมนต์นี้ เขาเดินเกมได้ดี แต่สะดุดจนหลุดจากสายชิงทอง ทว่าด้วยระบบรีเพชาจ เขากลับมาคว้าเหรียญทองแดงได้สำเร็จ ถือเป็น

  • เหรียญโอลิมปิกเหรียญแรกของเขา
  • หนึ่งในเหรียญเทควันโดโอลิมปิกแรก ๆ ของอิหร่าน
  • และเป็นการประกาศให้โลกเห็นว่า “อิหร่านไม่ได้เก่งแค่กีฬามวยปล้ำ แต่เทควันโดเราก็มาแล้วนะ”

เหรียญทองแดงซิดนีย์จึงเป็นเหมือน “นัดอุ่นเครื่องระดับตำนาน” ก่อนที่เขาจะระเบิดฟอร์มเต็ม ๆ ในเอเธนส์และปักกิ่งในอีกไม่กี่ปีถัดมา


เอเธนส์ 2004: เหรียญทองโอลิมปิกใบแรก – ขึ้นสู่จุดสูงสุด

โอลิมปิก เอเธนส์ 2004 คือจุดเปลี่ยนจาก “ฮีโร่ประเทศตัวเอง” ไปเป็น “ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก” ของฮาดี้ ซาอี

เขาลงแข่งในรุ่นเดิมใกล้เคียงกัน (-68 กก.) แต่ครั้งนี้เตรียมตัวมาดีกว่าเดิม ทั้งเรื่องฟิตเนส การอ่านเกม และประสบการณ์จากระดับโลกที่สะสมมาหลายปี

ผลลัพธ์ก็คือ

  • เขาค่อย ๆ ผ่านคู่ต่อสู้ทีละรอบ ด้วยสไตล์เล่นระยะที่มั่นคง เตะคม และใช้สมองเกมอย่างเต็มที่
  • ในรอบชิง เขาสามารถคว้าชัยชนะและคว้า เหรียญทองโอลิมปิกใบแรก ให้กับตัวเองและทีมชาติอิหร่านได้สำเร็จ

ตั้งแต่วินาทีนั้น ชื่อ “Hadi Saei” ก็ไม่ใช่แค่ชื่อที่แฟนเทควันโดรู้จัก แต่กลายเป็นชื่อที่คนทั้งประเทศอิหร่านจดจำในฐานะ “ฮีโร่โอลิมปิก” คนหนึ่งของชาติ


ปักกิ่ง 2008: สร้างประวัติศาสตร์ด้วยเหรียญทองโอลิมปิกสมัยที่สอง

ถ้าเอเธนส์คือดอกไม้ไฟชุดแรก ปักกิ่ง 2008 ก็เป็นการยิงพลุใหญ่ปิดฉากอาชีพนักกีฬาแบบสุดจัดของเขา

รอบนี้ ฮาดี้ ซาอี ขยับขึ้นไปเล่นในรุ่น -80 กก. และยังคงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวเต็งสำคัญของรุ่น

สิ่งที่โหดคือ

  • ในแมตช์แรก เขามีอาการกระดูกมือแตกตั้งแต่ต้นรายการ แต่เลือกกัดฟันแข่งต่อ
  • ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ เขาไม่แสดงอาการให้คู่ต่อสู้เห็น ยังคุมเกมและเดินหน้าคว้าชัยทีละรอบ
  • ในรอบชิง เขาเอาชนะ มูเรา ซาร์เมียนโต (Mauro Sarmiento) จากอิตาลี คว้า เหรียญทองโอลิมปิกสมัยที่สอง มาครอง และกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่คนบนโลกที่มีสถิติ 2 ทอง 1 ทองแดงในเทควันโดโอลิมปิก

หลังการแข่ง มือของเขาถูกใส่เฝือกทันที ทำให้แฟน ๆ เห็นชัดว่าคำว่า “ใจนักสู้” ของเขาไม่ได้มีแค่ในคำพูด แต่สะท้อนอยู่ในทุกวินาทีบนเวทีจริง


รวมผลงานระดับโลกแบบคร่าว ๆ: ไม่ได้มีดีแค่โอลิมปิก

นอกจากเหรียญโอลิมปิก 3 เหรียญแล้ว ฮาดี้ ซาอี ยังมีผลงานอีกมหาศาลในเวทีนานาชาติ

จากข้อมูลสรุประดับโลก เขาได้

  • 2 เหรียญทองชิงแชมป์โลก (1999, 2005)
  • 4 แชมป์เวิลด์คัพ (1998, 2000, 2001, 2002)
  • แชมป์เอเชียนเกมส์ (ปูซาน 2002)
  • แชมป์ชิงแชมป์เอเชีย (อย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2006)
  • และเหรียญจากทัวร์นาเมนต์ใหญ่–เล็กอีกเพียบ รวมแล้ว 9 รายการใหญ่ที่ถือเป็น “world-class titles”

สรุปให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ เขาคือหนึ่งในนักเทควันโดไม่กี่คนบนโลกที่เก็บ “ครบเซ็ต” ทั้ง โอลิมปิก–ชิงแชมป์โลก–เอเชียนเกมส์–เวิลด์คัพ แถมเก็บแบบไม่ใช่ปีเดียวแล้วหาย แต่ต่อเนื่องกันยาวเกินทศวรรษ


สไตล์การเล่น: สูง โปร่ง เตะแม่น เกมเยือกเย็นแบบนักหมากรุก

จุดเด่นของฮาดี้ ซาอี ไม่ได้มีแค่คำว่า “แชมป์เยอะ” แต่สไตล์การเล่นของเขายังเป็นแบบเรียนให้โค้ชทั่วโลกเอาไปเปิดให้นักเรียนดู

ลักษณะสำคัญของสไตล์เขา

  • ส่วนสูงประมาณ 182 ซม. ในรุ่นน้ำหนัก -68 ถึง -80 กก. ถือว่าสูงและช่วงขายาวได้เปรียบคู่ต่อสู้หลายคน
  • ใช้ฟุตเวิร์กคุมระยะดีเยี่ยม – ไม่จำเป็นต้องเต้นเยอะ แต่ก้าวเข้า–ถอยอย่างมีจังหวะ
  • ลูกเตะลำตัวและหัวแบบ “เข้าแล้วเข้าเลย” ไม่ฟาดเล่น ๆ แต่เน้นแต้มชัวร์
  • เกมรับ–สวนที่โหดมาก ชอบดึงคู่ต่อสู้ให้บุกพลาดก่อน แล้วสวนกลับอย่างเฉียบ

เขาไม่ได้เป็นสายบ้าพลังที่วิ่งใส่ตลอดเวลา แต่เป็น “สายอ่านเกม” ที่มองคะแนน เหลือเวลายังไง แล้วเลือกว่าจะบุกหรือเซฟเมื่อไร คล้าย ๆ เล่นหมากรุกบนเสื่อมากกว่าจะ “แลกกันมั่ว ๆ”

สไตล์แบบนี้ทำให้นักเทควันโดรุ่นใหม่ โดยเฉพาะสายรุ่นกลาง–รุ่นใหญ่ มักถูกสอนให้ดูเทปของฮาดี้ ซาอี เป็นตัวอย่างของการใช้สมอง + ระยะ + ระเบียบวินัยผสมกัน


ตารางสรุปผลงานเด่นของฮาดี้ ซาอี

ตารางนี้สรุปเฉพาะรายการเมเจอร์สำคัญ เพื่อเห็นภาพรวมเส้นทางอาชีพ

ปีรายการ / สถานที่รุ่นน้ำหนักโดยประมาณผลงานเด่น
1998World Taekwondo Cup-70 กก.เหรียญทอง เวิลด์คัพสมัยแรก เปิดตัวในระดับโลกอย่างสวยงาม
1999ชิงแชมป์โลก เอดมันตัน72 กก.เหรียญทอง แชมป์โลกสมัยแรก หนึ่งในหมุดหมายสำคัญของเทควันโดอิหร่าน
2000โอลิมปิก ซิดนีย์-68 กก.เหรียญทองแดง โอลิมปิกเหรียญแรกในอาชีพ และหนึ่งในเหรียญเทควันโดแรก ๆ ของประเทศ
2002เอเชียนเกมส์ ปูซาน~-72 กก.เหรียญทอง เอเชียนเกมส์ ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ในระดับทวีป
2004โอลิมปิก เอเธนส์-68 กก.เหรียญทองโอลิมปิกสมัยแรก สถาปนาเป็นฮีโร่ของชาติ
2005ชิงแชมป์โลก มาดริด72 กก.เหรียญทอง แชมป์โลกสมัยที่สอง เพิ่มความแข็งแกร่งในระดับโลก
2006ชิงแชมป์เอเชีย + เอเชียนเกมส์ โดฮา~72 กก.เหรียญทองชิงแชมป์เอเชีย และเหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ สะสมเกียรติประวัติในระดับทวีป
2008โอลิมปิก ปักกิ่ง-80 กก.เหรียญทองโอลิมปิกสมัยที่สอง (ขยับขึ้นรุ่น) ปิดตำนานในฐานะนักกีฬาโอลิมปิกสุดยิ่งใหญ่

รวม ๆ แล้ว เขาได้รับการยกย่องว่าเป็น “นักกีฬาอิหร่านที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิก” ด้วยเหรียญโอลิมปิก 3 เหรียญ และ 9 แชมป์ระดับโลก (world class titles) ในเทควันโดเพียงชนิดเดียว


ชีวิตนอกสังเวียน: จากฮีโร่โอลิมปิกสู่คนทำงานด้านกีฬาและการเมือง

หลังจากคว้าเหรียญทองโอลิมปิกสมัยที่สองในปักกิ่ง 2008 เขาก็ประกาศอำลาสังเวียนในฐานะนักกีฬาอาชีพในปีเดียวกันนั้นเอง

แต่ชีวิตของฮาดี้ ซาอีไม่ได้จบลงแค่ “อดีตนักกีฬา”

  • เขาถูกเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภากรุงเตหะราน ทำงานด้านการเมืองท้องถิ่นยาวนานเป็นสิบปี ตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นไป
  • เขายังเรียนต่อด้านพลศึกษาและวิทยาศาสตร์กีฬา ควบคู่กับงานบริหารด้านกีฬา
  • ปีหลัง ๆ เขาถูกเลือกเป็น ประธานสหพันธ์เทควันโดอิหร่าน รับหน้าที่วางทิศทางเทควันโดทั้งประเทศ จากเดิมที่เคยเป็นแค่ตัวแทนนักกีฬาในสนาม กลายมาเป็น “คนคุมภาพรวม” ของวงการ

ในมุมหนึ่ง นี่คือการเดินทางที่น่าสนใจมาก: จากเด็กที่เริ่มเตะในยิมเล็ก ๆ สู่การเป็นตัวแทนประเทศบนเวทีโอลิมปิก แล้วค่อย ๆ ขยับมาเป็นคนกำหนดอนาคตของกีฬาชนิดเดียวกันนี้ในระดับสหพันธ์


โลกของแฟนกีฬา: ดูเกม–ลุ้นผล–แล้วเก็บแรงบันดาลใจกลับไปใช้ในชีวิตตัวเอง

แฟนเทควันโดยุคนี้มักไม่ดูแค่แมตช์เดียวจบ แต่ทั้งวันอาจวนระหว่าง

  • ดูคลิปฮายไลต์โอลิมปิกเก่า ๆ ของฮาดี้ ซาอี
  • สลับไปเช็กสกอร์บอลลีกใหญ่ ๆ
  • ดูผลมวย หรือกีฬาต่อสู้อื่น ๆ

หลายคนใช้แพลตฟอร์มเดียวในการตามกีฬาแทบทุกประเภท เพราะสะดวกและรวดเร็ว เช่น บางคนเปิดดูข้อมูลโปรแกรมแข่ง ราคา หรือสถิติกีฬาแบบครบรสผ่าน ยูฟ่าเบท ก่อนจะค่อยกลับมาดูวิธีที่นักกีฬาอย่างซาอีใช้ควบคุมเกมบนเสื่อแล้วเก็บไอเดียไปใช้กับการฝึกซ้อมของตัวเอง

สิ่งสำคัญคือ … ไม่ว่าเราจะเชียร์หรือลุ้นยังไง สุดท้ายแล้ว “เรื่องราวของนักกีฬา” มักกลายเป็นเชื้อไฟเล็ก ๆ ให้เราอยากกลับไปพัฒนาตัวเองในสนามชีวิตของเราเองเสมอ


บทเรียนจากประวัติ ฮาดี้ ซาอี ที่คนธรรมดาเอาไปใช้ได้

1. ความสำเร็จใหญ่เริ่มจากชัยชนะเล็ก ๆ

ก่อนจะมี 2 ทอง 1 ทองแดง เขาเริ่มจากเหรียญในรายการทหาร เหรียญจากเวิลด์คัพ จากชิงแชมป์เอเชีย แล้วค่อยไต่ไปชิงแชมป์โลกและโอลิมปิก

ชีวิตจริงเราก็เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก “เป้าหมายยักษ์” ทันที แค่ชนะเป้าหมายเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ จนกลายเป็นความเคยชิน สักวันหนึ่งมันจะสะสมขึ้นเป็น “ตำนานส่วนตัว” ของเราเอง

2. ใช้จุดแข็งตัวเองให้เต็มที่

ซาอีไม่ได้ตัวหนาแบบสายพลัง แต่เขาสูง ช่วงขายาว และอ่านเกมเก่ง เขาเลยเล่นสไตล์คุมระยะ เตะคม และใช้สมองเกมมากกว่าการเข้าแลกแรง ๆ

หลายครั้งเราไม่จำเป็นต้องทำตัวให้เหมือนคนอื่นทุกอย่าง แค่รู้ว่า “ตัวเองถนัดอะไร” แล้วเอาส่วนนั้นไปต่อยอดให้สุด ก็สามารถไปถึงระดับสูงได้เหมือนกัน

3. กล้าลุกขึ้นยืนหลังเจอความสูญเสีย

ชีวิตส่วนตัวของฮาดี้ ซาอีไม่ได้ราบรื่น เขาเคยสูญเสียทั้งพ่อและพี่ชายในปีเดียวกัน และน้องชายอีกคนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในเวลาต่อมา แต่ถึงอย่างนั้นเขายังเดินหน้าทั้งในฐานะนักกีฬาและคนทำงานเพื่อสังคมต่อไป

มันคือคำเตือนเบา ๆ ว่า “คนที่เราชื่นชมบนโพเดียม” ก็มีด้านที่เจ็บปวดเหมือนกัน เพียงแต่เขาเลือกจะไม่หยุดอยู่ตรงนั้น

4. รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเปลี่ยนเวที

เขาไม่ได้จับเสื่อจนหมดไฟแล้วค่อยเลิก แต่เลือกจบช่วงนักกีฬาในจังหวะที่ยังยืนอยู่บนยอดอย่างสวยงาม แล้วขยับไปเป็นผู้บริหารกีฬาและนักการเมืองท้องถิ่นแทน

ในชีวิตการทำงานของเราเอง บางครั้งการรู้ว่า “ถึงเวลาต้องเปลี่ยนเส้นทาง” ก็สำคัญไม่แพ้การสู้ให้สุดในทางเดิม


FAQ – คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฮาดี้ ซาอี

ถาม: ฮาดี้ ซาอี ได้เหรียญโอลิมปิกอะไรบ้าง?
ตอบ: เขาได้เหรียญโอลิมปิกทั้งหมด 3 เหรียญ คือ

  • เหรียญทองแดง ซิดนีย์ 2000 รุ่น -68 กก.
  • เหรียญทอง เอเธนส์ 2004 รุ่น -68 กก.
  • เหรียญทอง ปักกิ่ง 2008 รุ่น -80 กก.

ถาม: ทำไมฮาดี้ ซาอี ถึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักเทควันโดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด?
ตอบ: เพราะนอกจาก 3 เหรียญโอลิมปิก เขายังมี 2 แชมป์โลก 4 แชมป์เวิลด์คัพ แชมป์เอเชียนเกมส์ และแชมป์ชิงแชมป์เอเชีย รวมแล้ว 9 แชมป์ระดับโลกในเทควันโด ทำให้หลายแหล่งข้อมูลมองว่าเขาเป็นหนึ่งในนักเทควันโดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล


ถาม: เขาเล่นในรุ่นน้ำหนักไหนบ้างตลอดอาชีพ?
ตอบ: ส่วนใหญ่เขาเล่นในช่วงรุ่น -68 ถึง -72 กก. ในศึกชิงแชมป์โลกและเอเชีย และขยับขึ้นไปถึงรุ่น -80 กก. ในโอลิมปิกปักกิ่ง 2008 โดยยังสามารถคว้าเหรียญทองได้แม้จะขยับรุ่นน้ำหนักขึ้น


ถาม: หลังรีไทร์จากการเป็นนักกีฬาแล้ว เขาทำอะไรต่อ?
ตอบ: เขาเข้าสู่สายงานการเมืองท้องถิ่นในฐานะสมาชิกสภากรุงเตหะรานอยู่หลายปี และต่อมาได้รับเลือกเป็นประธานสหพันธ์เทควันโดอิหร่าน ทำงานด้านบริหารและพัฒนากีฬาเทควันโดในประเทศต่อไป


ถาม: ถ้าอยากฝึกเทควันโดสไตล์ฮาดี้ ซาอี ควรโฟกัสอะไร?
ตอบ: ควรโฟกัสที่การใช้ระยะ ฟุตเวิร์กเข้า–ถอย การรักษาบาลานซ์ การเตะลำตัว–หัวแบบแม่น ๆ และการอ่านเกมมากกว่าการเข้าแลกแรง ๆ อย่างเดียว ดริลล์แนวเข้า–เตะ–ถอย และ Shadow Sparring จะช่วยใกล้เคียงสไตล์ของเขาได้มาก


ประวัติ ฮาดี้ ซาอี นักเทควันโดอิหร่าน กับพลังของคนที่ “ไม่หยุดซ้อม”

เมื่อมองย้อนทั้งเส้นทาง ประวัติ ฮาดี้ ซาอี นักเทควันโดอิหร่าน เราไม่ได้เห็นแค่รายชื่อเหรียญบนกระดาษ แต่เห็นภาพของเด็กชายคนหนึ่งที่เริ่มจากเสื่อธรรมดา ๆ แล้วค่อย ๆ ไต่ขึ้นเป็นแชมป์โลก แชมป์โอลิมปิกฮีโร่ของชาติ ก่อนจะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นคนดูแลกีฬาให้คนรุ่นหลัง

เขาพิสูจน์ให้เราเห็นว่า

  • ชัยชนะเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ สามารถก่อเป็นภูเขาแห่งความสำเร็จได้
  • การใช้จุดแข็งของตัวเองอย่างชาญฉลาดสำคัญพอ ๆ กับการฝึกหนัก
  • และแม้ชีวิตจะมีความสูญเสียและความเจ็บปวด แต่ถ้าเรา “ไม่หยุดซ้อม” ทั้งในความหมายบนเสื่อและในสนามชีวิต เราก็ยังไปต่อได้เสมอ

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเทควันโด สายดูบอล หรือคอกีฬาแบบรวม ๆ ที่ชอบเช็กโปรแกรม ลุ้นเกม และหาข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้าได้ง่าย ๆ ผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด ก็ตาม หวังว่าเรื่องราวของฮาดี้ ซาอี จะเป็นเหมือนแรงบันดาลใจเล็ก ๆ ที่กระซิบเตือนเราว่า

“วันนี้อาจยังไม่ใช่วันที่เราขึ้นโพเดียม แต่ถ้าเรายังไม่เลิกซ้อม วันหนึ่งเราก็จะได้ยืนบนเวทีที่สร้างขึ้นด้วยมือของตัวเอง” 💙🥋