ประวัติ ฮวัง คยองซอน นักเทควันโดเกาหลีใต้ คือเรื่องราวของนักสู้หญิงที่ไม่เพียงเก็บเหรียญโอลิมปิกไปถึง 3 สมัยซ้อน (ทอง 2 ทองแดง 1) แต่ยังยึดบัลลังก์ในเวทีชิงแชมป์โลกและเอเชียนเกมส์อีกเพียบ จนถูกพูดถึงในฐานะ “หนึ่งใน 3 ตำนานเทควันโดโอลิมปิก” เคียงข้างสตีเว่น โลเปซ และฮาดี้ ซาอี ด้วยผลงาน 2 ทอง 1 ทองแดงจากการลงแข่ง 3 ครั้งเท่ากัน

ในยุคที่เราตามกีฬาได้ทุกที่ แฟนเทควันโดจำนวนมากก็ดูทั้งคลิปสโลว์โมชั่นฟุตเวิร์กของฮวัง คยองซอน พร้อมกับแอบสลับไปเช็กสกอร์ฟุตบอล บาส หรือกีฬาชนิดอื่นบนมือถือกันเพลิน ๆ ใครที่ชอบตามโลกกีฬาแบบครบจบในที่เดียว ก็อาจมีเว็บประจำที่ใช้เข้าไปดูเมนูกีฬาต่าง ๆ ผ่านลิงก์อย่าง ทางเข้า UFABET ล่าสุด ก่อนจะกลับมานั่งดูไฮไลต์การเตะหัวคม ๆ ของตำนานสาวเกาหลีคนนี้ต่อแบบไม่สะดุด
บทความนี้เราจะพาไล่ตั้งแต่จุดเริ่มต้น เส้นทางสู่ทีมชาติ เหรียญโอลิมปิกทั้งสาม การครองบัลลังก์ในรายการโลก–เอเชีย สไตล์การเล่น ไปจนถึงบทเรียนที่คนธรรมดาอย่างเราหยิบไปใช้ได้จากชีวิตของ ฮวัง คยองซอน
เริ่มต้นจากเด็กสาวในเกาหลีใต้สู่ความฝันบนเสื่อเทควันโด
ฮวัง คยองซอน (Hwang Kyung-seon) เกิดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 1986 ที่ประเทศเกาหลีใต้ เธอเริ่มฝึกเทควันโดตั้งแต่วัยเด็กในระบบสโมสรและโรงเรียนแบบที่พบได้ทั่วไปในเกาหลี แต่สิ่งที่ทำให้เธอแตกต่างคือส่วนผสมของ “ร่างสูงโปร่ง ฟุตเวิร์กดี และระเบียบวินัยโหด” จนโค้ชเริ่มมองเห็นว่าเด็กคนนี้ไปได้ไกลกว่าการสอบสายดำธรรมดา ๆ
ด้วยส่วนสูงราว 175 ซม. อยู่ในพิกัดเวลเตอร์เวตหญิง -67 กิโลกรัม ฮวัง คยองซอน กลายเป็นโปรไฟล์ที่ลงตัวสำหรับยุคเทควันโดยุคใหม่ที่เน้นทั้งความยาวของช่วงขา และการใช้ฟุตเวิร์กฉลาด ๆ เพื่อควบคุมระยะแลกแต้มบนเสื่อ
ก้าวแรกบนเวทีนานาชาติ: จาก World Cup สู่เหรียญโอลิมปิกแรก
เส้นทางทีมชาติของฮวัง คยองซอน เริ่มต้นตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปีดี ๆ
- เธอเปิดตัวในการแข่งขันระดับนานาชาติที่ เวิลด์คัพ 2002 ที่โตเกียว ซึ่งถือเป็นเวทีใหญ่ครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับบรรยากาศระดับโลกจริง ๆ
- ไม่นานหลังจากนั้น เธอสะสมประสบการณ์และคะแนนสะสมจากทัวร์นาเมนต์ต่าง ๆ จนถูกมองว่าเป็น “ว่าที่ตัวหลัก” ของเกาหลีใต้ในรุ่น -67 กก.
จุดเปลี่ยนแรกมาถึงในโอลิมปิก เอเธนส์ 2004 ฮวัง คยองซอน ลงแข่งขันในรุ่น -67 กิโลกรัมหญิง และสามารถคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้สำเร็จ แม้จะยังไม่ใช่แชมป์ แต่การได้เหรียญตั้งแต่โอลิมปิกครั้งแรกในวัยยังไม่ถึง 20 ก็ทำให้เธอกลายเป็นดาวรุ่งที่ทั้งโลกต้องจับตามองทันที
เหรียญทองแดงครั้งนั้น กลายเป็นทั้งกำลังใจและแรงกดดันในเวลาเดียวกัน เพราะมันบอกชัดว่า “เด็กคนนี้ไปถึงแถวหน้าโลกแล้ว ต่อไปคือจะขึ้นไปสุดยอดได้จริงไหม?”
ยุคสร้างฐาน: แชมป์โลก แชมป์เอเชีย และทองเอเชียนเกมส์
หลังเอเธนส์ 2004 ฮวัง คยองซอน ไม่ได้หายหน้าไปไหน ตรงกันข้าม เธอเดินหน้ากวาดแชมป์อย่างต่อเนื่องในช่วงกลางทศวรรษ 2000
ผลงานเด่น ๆ ในช่วงนี้ เช่น
- แชมป์โลก 2005 ที่มาดริด รุ่น -67 กก. – คว้าเหรียญทองรายการชิงแชมป์โลกได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ถือเป็นการยืนยันว่าเหรียญโอลิมปิกไม่ใช่แค่ฟลุควันนั้นฟ้าเปิด แต่คือความสามารถจริง ๆ
- แชมป์โลกอีกครั้งในปี 2007 ที่ปักกิ่ง ในรุ่นเดียวกัน ตอกย้ำสถานะ “เจ้าแม่เวลเตอร์เวตหญิง” ในยุคนั้นแบบเต็มตัว
- เหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2006 ที่โดฮา รุ่น -67 กก. – การครองจอมยุทธทั้งระดับโลกและเอเชียในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้เธอกลายเป็นเสาหลักสำคัญของทีมชาติเทควันโดเกาหลีใต้ในหมวดหญิงอย่างไม่ต้องสงสัย
ช่วงเวลานี้เองที่สื่อเกาหลีและสากลเริ่มมองว่า ฮวัง คยองซอน เป็น “เครื่องจักรความเสถียร” เพราะลงแข่งรายการใหญ่ทีไร ชื่อของเธอมักโผล่อยู่แถวหัวตารางเสมอ
ปักกิ่ง 2008: เหรียญทองโอลิมปิกทองแรกของฮวัง คยองซอน
โอลิมปิก ปักกิ่ง 2008 คือเวทีที่เปลี่ยนฮวัง คยองซอนจาก “ดาวดัง” ให้กลายเป็น “ตำนานที่จับต้องได้”
ในรุ่น -67 กิโลกรัมหญิง เธอต้องเจอคู่ต่อสู้แกร่งจากหลายทวีป ไล่ตั้งแต่รอบแรกไปจนถึงรอบชิง แต่ด้วยประสบการณ์จากชิงแชมป์โลกและเอเชียนเกมส์ เธอใช้สไตล์การต่อสู้ที่เยือกเย็น บวกกับฟุตเวิร์กคุมระยะและการเลือกจังหวะแทงแต้มที่แม่นยำ จนไต่ไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ
ในนัดชิง เธอเอาชนะ คารีน แซร์เกอรี (Karine Sergerie) จากแคนาดา คว้าเหรียญทองโอลิมปิกทองแรกในชีวิต และเป็นหนึ่งในเหรียญสำคัญของทัพเทควันโดเกาหลีใต้ในปักกิ่งเกมส์ครั้งนั้นด้วย
หลังปักกิ่ง ชื่อ “Hwang Kyung-seon” กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่แฟนเทควันโดทั่วโลกพูดถึงทุกครั้งที่มีการจัดอันดับนักกีฬาหญิงที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์
ลอนดอน 2012: ป้องกันแชมป์ และสร้างสถิติหญิงคนแรกที่ได้เหรียญโอลิมปิกเทควันโด 3 สมัย
ถ้าปักกิ่งคือการประกาศตัว ลอนดอน 2012 ก็คือการ “ปิดจ๊อบระดับตำนาน” ของฮวัง คยองซอน
เธอกลับมาลงแข่งในรุ่นเดิม -67 กก. อีกครั้ง พร้อมความคาดหวังเต็มเปี่ยม เพราะตอนนี้เธอไม่ใช่แค่แชมป์เก่า แต่ยังเป็นแชมป์โลก แชมป์เอเชียนเกมส์ และตัวเต็งเบอร์ต้นของโลกในรุ่นนี้
ในลอนดอน เธอไล่เก็บคู่ต่อสู้ทีละคนจนถึงรอบชิง ก่อนจะคว้าชัยเหนือ นูร์ ทาทาร์ (Nur Tatar) จากตุรกี คว้าเหรียญทองโอลิมปิกสมัยที่สองได้สำเร็จ ทำให้เธอมีผลงานรวมในโอลิมปิกเป็น ทอง 2 ทองแดง 1 จากการลงเล่น 3 สมัย (2004, 2008, 2012)
ที่สำคัญ Hwang Kyung-seon จึงถูกบันทึกว่าเป็น นักเทควันโดหญิงคนแรกที่คว้าเหรียญโอลิมปิกได้ 3 สมัย และเป็นหนึ่งใน 3 นักเทควันโด (ชาย–หญิงรวมกัน) ที่ทำสถิติ 2 ทอง 1 ทองแดงในเทควันโดโอลิมปิกเท่ากันกับสตีเว่น โลเปซ (สหรัฐฯ) และฮาดี้ ซาอี (อิหร่าน)
พูดแบบภาษาบ้าน ๆ คือ ถ้ามี “หอเกียรติยศเทควันโดโอลิมปิก” อยู่จริง ชื่อของเธอต้องอยู่แถวหน้าริมทางเดินแน่นอน
ผลงานในเวทีโลก: ไม่ได้มีดีแค่โอลิมปิก
แม้เหรียญโอลิมปิกจะเป็นสิ่งที่คนจดจำมากที่สุด แต่ถ้าย้อนดูทั้งอาชีพของฮวัง คยองซอน จะพบว่าเธอกวาดเหรียญในเวทีโลกแทบทุกระดับ
- แชมป์โลก 2 สมัย (มาดริด 2005, ปักกิ่ง 2007)
- เหรียญทองแดงชิงแชมป์โลก 2011 ที่คยองจู
- เหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2006 ที่โดฮา
- เหรียญในศึกชิงแชมป์เอเชียและรายการโอเพ่นอีกหลายสนามที่ช่วยตอกย้ำความเสถียรของผลงานเธอในระยะยาว
เว็บไซต์ฐานข้อมูลเทควันโดระดับนานาชาติยังจัดอันดับให้เธอเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีคะแนนสะสมตลอดชีพสูงและอยู่ในโซนท็อปของโลกในรุ่น -67 กิโลฯ อีกด้วย
สไตล์การเล่น: สูง โปร่ง ฟุตเวิร์กดี อ่านเกมเฉียบ
ถ้าดูแมตช์ของฮวัง คยองซอน จะเห็นภาพที่ค่อนข้างชัดเจนว่าเธอคือ “นักเทควันโดสูงโปร่งที่เล่นเกมอย่างใจเย็น”
จุดเด่นของเธอ ได้แก่
- ช่วงขายาว + การใช้ระยะดีมาก
- เธอใช้ความสูงและช่วงขายาวควบคุมระยะ ไม่ให้คู่ต่อสู้เข้าใกล้ง่าย ๆ
- มักใช้ขาหน้าแตะคุมระยะก่อน แล้วค่อยตามด้วยท่าหนักจังหวะสอง
- ฟุตเวิร์กนิ่งแต่มีน้ำหนัก
- ไม่ได้เต้นเยอะหรือขยับหวือหวาเกินไป แต่ยืนระยะเนียน
- ขยับเข้า–ออกแค่เท่าที่จำเป็น ทำให้ประหยัดแรงและดูนิ่งกว่าคู่ต่อสู้
- เลือกจังหวะบุกได้คม
- แทบไม่ค่อยเห็นเธอวิ่งบุกมั่ว ๆ
- เน้นจังหวะสั้น ๆ ที่มีโอกาสทำแต้มชัดเจนมากกว่า
- เกมรับ–สวนที่แข็งแรง
- เพราะอ่านจังหวะดี พอคู่ต่อสู้เข้ามาใกล้เกินไปมักโดนสวนลำตัวหรือหัวทันที
สไตล์แบบนี้ทำให้เธอเป็นตัวอย่างคลาสสิกของ “นักเทควันโดรุ่นกลาง–รุ่นใหญ่ที่ใช้สมองและระยะมากกว่าบ้าพลัง” และกลายเป็นต้นแบบให้เด็กสาวเทควันโดหลายคนทั่วโลก รวมถึงในไทยด้วย
ตารางสรุปผลงานเด่นของฮวัง คยองซอน
ตารางนี้สรุปเฉพาะรายการเมเจอร์ที่เด่นที่สุด ไม่ใช่ลิสต์ทั้งหมดของอาชีพเธอ
| ปี | รายการ | รุ่น | ผลงานเด่น |
|---|---|---|---|
| 2004 | โอลิมปิก เอเธนส์ | -67 กก. หญิง | เหรียญทองแดง โอลิมปิกครั้งแรกในชีวิต |
| 2005 | ชิงแชมป์โลก มาดริด | -67 กก. | เหรียญทอง แชมป์โลกสมัยแรก สร้างชื่อในระดับโลก |
| 2006 | เอเชียนเกมส์ โดฮา | -67 กก. | เหรียญทอง เอเชียนเกมส์ การันตีความเป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย |
| 2007 | ชิงแชมป์โลก ปักกิ่ง | -67 กก. | เหรียญทอง แชมป์โลกสมัยที่สอง ยึดบัลลังก์เวลเตอร์เวตหญิง |
| 2008 | โอลิมปิก ปักกิ่ง | -67 กก. | เหรียญทองโอลิมปิกสมัยแรก ชนะคารีน แซร์เกอรี ในนัดชิง |
| 2011 | ชิงแชมป์โลก คยองจู | -67 กก. | เหรียญทองแดง โลก ยืนระยะในท็อปคลาสต่อเนื่อง |
| 2012 | โอลิมปิก ลอนดอน | -67 กก. | เหรียญทองโอลิมปิกสมัยที่สอง รวมผลงานโอลิมปิก 2 ทอง 1 ทองแดง |
ฮวัง คยองซอน และความหมายต่อวงการเทควันโดโลก
สิ่งที่ทำให้ฮวัง คยองซอน ถูกจดจำไม่ได้มีแค่คำว่า “แชมป์” แต่คือสิ่งที่เธอเป็นต่อวงการเทควันโดโดยรวม
- เธอคือหนึ่งใน “ใบหน้า” ของเทควันโดหญิงยุคใหม่ ที่ทำให้คนทั่วโลกเห็นว่าผู้หญิงก็สามารถครองบัลลังก์ในเวทีโอลิมปิกได้ยาวนานและสม่ำเสมอ
- สื่อหลายแห่งพูดถึงเธอในฐานะหนึ่งในสามนักเทควันโดที่ผลงานโอลิมปิกโดดเด่นที่สุดตลอดกาล ด้วยผลงาน 2 ทอง 1 ทองแดงจากการลงแข่ง 3 สมัยติดกัน
- ในมุมของนักกีฬาเยาวชน เธอเป็นตัวอย่างของ “คนที่ไม่หยุดพัฒนาแม้จะได้เหรียญแล้ว” เพราะหลังจากได้ทองในปักกิ่ง เธอยังเดินหน้าคว้าแชมป์โลกและโอลิมปิกต่อ ไม่ได้ปล่อยฟอร์มตก
สำหรับแฟนกีฬาอย่างเรา ๆ การได้เห็นเส้นทางของนักกีฬาแบบนี้ ทำให้เวลานั่งดูถ่ายทอดสดหรือเช็กผลแข่งผ่านแพลตฟอร์มรวมกีฬาต่าง ๆ (จะผ่านทีวี แอป หรือเว็บที่เข้าเมนูง่าย ๆ ผ่านลิงก์อย่าง สมัคร UFABET ตามสไตล์คนชอบตามสกอร์) เราไม่ได้แค่ดูตัวเลขบนสกอร์บอร์ด แต่เราดู “เรื่องราวของคน” ที่อยู่เบื้องหลังเหรียญเหล่านั้นด้วย
FAQ – คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับฮวัง คยองซอน
ถาม: ฮวัง คยองซอน ได้เหรียญโอลิมปิกอะไรบ้าง?
ตอบ: เธอได้เหรียญโอลิมปิกทั้งหมด 3 เหรียญ ในรุ่น -67 กก. หญิง คือ
- เหรียญทองแดง เอเธนส์ 2004
- เหรียญทอง ปักกิ่ง 2008
- เหรียญทอง ลอนดอน 2012
ถาม: ทำไมฮวัง คยองซอนถึงถูกมองเป็นหนึ่งในตำนานเทควันโดโอลิมปิก?
ตอบ: เพราะเธอเป็นหนึ่งในนักเทควันโดเพียงไม่กี่คนที่คว้าเหรียญโอลิมปิกได้ 3 สมัย (2 ทอง 1 ทองแดง) ในรุ่น -67 กก. และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำได้ในเทควันโดโอลิมปิก รวมทั้งผลงานแชมป์โลก แชมป์เอเชียนเกมส์อีกหลายรายการที่ช่วยตอกย้ำสถานะตำนานของเธอ
ถาม: นอกจากโอลิมปิก เธอประสบความสำเร็จอะไรอีกบ้าง?
ตอบ: เธอเป็นแชมป์โลก 2 สมัย (2005 มาดริด, 2007 ปักกิ่ง) ได้เหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2006 ที่โดฮา และเหรียญจากชิงแชมป์เอเชียรวมถึงรายการโอเพ่นอีกหลายสนาม ทำให้เธอถือเป็นหนึ่งในนักเทควันโดหญิงที่ประสบความสำเร็จที่สุดในยุคของตัวเอง
ถาม: จุดเด่นด้านสไตล์การเล่นของฮวัง คยองซอนคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญคือ ช่วงขายาวและการใช้ระยะดี ฟุตเวิร์กนิ่งแต่คุมพื้นที่เก่ง เกมรับ–สวนแม่น และการเลือกจังหวะเข้าทำที่ไม่เปลืองแรง เธอไม่ค่อยบุกมั่ว แต่เลือกจังหวะที่มีโอกาสทำแต้มสูงแล้วเก็บแต้มทีละจุดอย่างมีวินัย
ถาม: ฮวัง คยองซอน มีผลต่อแรงบันดาลใจของนักเทควันโดสาวรุ่นใหม่อย่างไร?
ตอบ: เธอพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้หญิงสามารถครองเวทีโอลิมปิกในระยะยาวได้ ไม่ใช่แค่ “แจ้งเกิดครั้งเดียวแล้วหาย” เด็กสาวเทควันโดทั่วโลกจึงมองเธอเป็นต้นแบบของการทำงานหนักอย่างสม่ำเสมอ และการบาลานซ์ระหว่างพละกำลัง ฟุตเวิร์ก และสมองเกม
ประวัติ Hwang Kyung-seon นักเทควันโดเกาหลีใต้ กับบทเรียนที่เลยเสื่อออกมาสู่ชีวิตจริง
เมื่อมองย้อนทั้งเส้นทาง ประวัติ ฮวัง คยองซอน นักเทควันโดเกาหลีใต้ เราจะเห็นมากกว่ารายชื่อเหรียญและทัวร์นาเมนต์
เราเห็นเด็กสาวคนหนึ่งที่เริ่มจากเสื่อเทควันโดธรรมดา ๆ แล้วค่อย ๆ ปีนขึ้นสู่ระดับโลก จาก เหรียญทองแดง เอเธนส์ 2004 ไปสู่ทองปักกิ่ง 2008 และทองลอนดอน 2012 ควบคู่กับแชมป์โลกและเอเชียนเกมส์ ที่สะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจากวันเดียว แต่มาจากการยอมซ้อมซ้ำ ๆ นับครั้งไม่ถ้วน
สำหรับคนทั่วไปอย่างเรา บทเรียนจากฮวัง คยองซอน อาจไม่ใช่เรื่องการเตะหัวให้โดนเซนเซอร์ แต่คือ
- การยอมเริ่มจาก “เหรียญเล็ก” หรือ “ความสำเร็จเล็ก ๆ” แล้วใช้มันเป็นบันไดไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น
- การรักษามาตรฐานของตัวเองให้ดีต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้ใจหลุดหลังประสบความสำเร็จครั้งแรก
- การใช้จุดแข็ง (เช่น ช่วงขายาว ฟุตเวิร์กดี) ให้เต็มที่ แทนที่จะไปท้อเพราะเราไม่ได้มีทุกอย่างเหมือนคนอื่น
ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเทควันโด สายดูไฮไลต์กีฬาโลก สายตามสถิติผ่านแพลตฟอร์มรวมกีฬา หรือสายลุ้นผลที่คุ้นกับการเข้าเมนูต่าง ๆ บนเว็บอย่าง ยูฟ่าเบท ก็ตาม สิ่งที่ได้กลับมาจากเรื่องราวของฮวัง คยองซอน ไม่ใช่แค่ความมันของการแข่งขัน แต่คือแรงบันดาลใจเล็ก ๆ ที่บอกเราว่า
“ถ้าเราไม่หยุดซ้อม ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง วันหนึ่งเรื่องราวของเราก็อาจกลายเป็นตำนานเล็ก ๆ ในสนามชีวิตของเราเหมือนกัน” 💙🥋