ประวัติ เจด โจนส์ นักเทควันโดหญิงทีมชาติสหราชอาณาจักร คือเรื่องราวของเด็กสาวจากเมืองเล็ก ๆ ในเวลส์ ที่เริ่มต้นเทควันโดเพราะคุณตาพาไปลองเรียนระบายพลังงาน แต่ดันไปไกลถึงขั้นคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้ถึงสองสมัยติด แถมยังเป็นแชมป์โลกและแชมป์ยุโรปหลายครั้ง จนกลายเป็นหนึ่งในนักเทควันโดหญิงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในยุคใหม่ ทั้งในฐานะ “คนแรก” ที่คว้าเหรียญทองเทควันโดให้สหราชอาณาจักร และในฐานะนักสู้สไตล์โหดที่เน้นเตะหัวสมชื่อฉายา “The Headhunter”

ยุคนี้แฟนกีฬาอย่างเราไม่ได้เชียร์แค่เทควันโดอย่างเดียว หลายคนดูทั้งบอล บาส มวย และศิลปะการต่อสู้อื่น ๆ ผ่านหน้าจอเดียวกันหมด บางคนใช้เว็บสายกีฬา–ความบันเทิงเพื่อเช็กตารางแข่ง ดูสถิติ แล้วค่อยต่อยอดความสนุกของตัวเองผ่านลิงก์อย่าง สมัคร UFABET ให้ทุกอย่างอยู่ในที่เดียว แต่ไม่ว่าคุณจะตามกีฬาแบบไหน ชื่อของเจด โจนส์ก็มักโผล่มาเสมอเวลาใครพูดถึง “ตำนานเทควันโดรุ่น 57 กิโลกรัม”
บทความนี้เราจะพาไล่ตั้งแต่ชีวิตเด็กสาวจอมซนในเวลส์ เส้นทางสู่เยาวชนทีมชาติ ความสำเร็จในโอลิมปิกสองสมัย ความเจ็บปวดในความพ่ายแพ้ รวมถึงการตัดสินใจหันหลังให้เทควันโดไปเริ่มต้นใหม่ในโลกมวยสากล
วัยเด็กในเวลส์: จากหลานสาวจอมแสบสู่เด็กที่หลงรักเทควันโด
เจด หลุยส์ โจนส์ (Jade Louise Jones) เกิดวันที่ 21 มีนาคม 1993 ที่เมืองโบดัลวิธาน (Bodelwyddan) ในแคว้นเวลส์ ประเทศสหราชอาณาจักร ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวธรรมดา ๆ แต่มี “คุณตา” ที่มองออกว่าหลานคนนี้พลังงานล้น ชอบซน ชอบลุย จนต้องหากิจกรรมให้ระบายให้ถูกทาง
คุณตาจึงพาเธอไปลองคลาสเทควันโดครั้งแรกตอนอายุประมาณ 8 ขวบ ก่อนหน้านั้นเธอเคยลองมาหลายกีฬา ทั้งว่ายน้ำ ฟุตบอล แบดมินตัน และกรีฑา แต่สุดท้ายก็ไปลงเอยกับเทควันโด เพราะชอบทั้งความเร็ว ความดุดัน และความรู้สึก “ได้สู้แบบมีกติกา”
ตอนแรกเจดยังซ้อมที่ศูนย์ในเมืองฟลินท์ (Flint) ใกล้บ้าน แต่พอเริ่มเด่นขึ้นในระดับชาติ คุณตาถึงขั้นยอมขับรถพาเธอไปฝึกในเมืองใหญ่ที่มีศูนย์ฝึกทีมชาติ เพื่อให้หลานสาวได้เจอโค้ชและเพื่อนร่วมทีมที่ท้าทายขึ้นเรื่อย ๆ
เธอเรียนที่ Flint High School ก่อนจะตัดสินใจลาออกตอนอายุ 16 ปี เพื่อทุ่มให้เทควันโดเต็มตัว แล้วเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมของ GB Taekwondo Academy ที่แมนเชสเตอร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการสร้างนักเทควันโดทีมชาติของสหราชอาณาจักร
เส้นทางเยาวชน: เหรียญทอง Youth Olympic และการแจ้งเกิดบนเวทีนานาชาติ
ก่อนจะเป็นแชมป์โอลิมปิก เจด โจนส์ สร้างชื่อในฐานะ “ดาวรุ่ง” มาก่อน
ผลงานเด่นในยุคเยาวชน–ต้นอาชีพของเธอ เช่น
- คว้าเหรียญทองแดงชิงแชมป์ยุโรป 2010 รุ่นเยาวชน
- ปีเดียวกันนั้นคว้าเหรียญทองใน Youth Olympic Games 2010 ที่สิงคโปร์ ในรุ่น 55 กิโลกรัม ถือเป็นเหรียญทองแรกของสหราชอาณาจักรในมหกรรม Youth Olympic เลยทีเดียว
- ปี 2011 คว้าแชมป์ U.S. Open เป็นแชมป์ระดับซีเนียร์รายการใหญ่รายการแรกของชีวิต ก่อนจะไปคว้าเหรียญเงินในศึกชิงแชมป์โลกปีเดียวกัน
ผลงานเหล่านี้ทำให้ชื่อ “Jade Jones” เริ่มเป็นที่จับตาบนเวทีเทควันโดโลก แถมยังคว้ารางวัลนักกีฬาดาวรุ่งจากสื่อต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักรอีกด้วย
ลอนดอน 2012: ทองโอลิมปิกแรกของสหราชอาณาจักรในกีฬาเทควันโด
จุดพลิกชีวิตจริง ๆ ของเจดอยู่ที่โอลิมปิก ลอนดอน 2012 เธอลงแข่งในรุ่น -57 กิโลกรัม ในฐานะเด็กสาวอายุเพียง 19 ปี ที่ต้องรับแรงกดดันจากการแข่ง “ในบ้านตัวเอง”
ในรอบชิง เธอเจอของแข็งอย่าง โฮว ยูจัว (Hou Yuzhuo) จากจีน ซึ่งเป็นเบอร์ต้น ๆ ของโลกในเวลานั้น แต่เจดก็ใช้สไตล์เร็ว–บวก–บังแบบเต็มที่ จบด้วยการชนะ 6–4 และคว้าเหรียญทองโอลิมปิกให้สหราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของกีฬาเทควันโด
ภาพเด็กสาวเวลส์ที่น้ำตาคลอ ยืนร้องเพลงชาติท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นสนาม กลายเป็นภาพจำของแฟนกีฬาในสหราชอาณาจักร และทำให้ชื่อของเธอกลายเป็น “ฮีโร่ชาติ” ในชั่วข้ามคืน
หลังจบโอลิมปิก รัฐ–ท้องถิ่น–สื่อในเวลส์และอังกฤษต่างร่วมกันฉลองความสำเร็จ ทั้งการทาสีตู้ไปรษณีย์ในเมืองบ้านเกิดเป็นสีทอง และตั้งชื่อศูนย์กีฬาในฟลินท์ตามชื่อของเธอ
ฉายา “The Headhunter” และสไตล์เตะหัวสุดโหด
เจด โจนส์ มีฉายาว่า “The Headhunter” หรือถ้าแปลไทยหยาบ ๆ แบบขำ ๆ ก็ประมาณ “ล่าแต้มจากหัว” เพราะสไตล์การเล่นของเธอเน้นยิงเท้าขึ้นศีรษะคู่ต่อสู้เพื่อเก็บคะแนนสูง ๆ มากกว่าการเตะลำตัว
ในกติกาเทควันโดสมัยใหม่
- เตะลำตัวได้คะแนนน้อยกว่าเตะศีรษะ
- แต่เตะหัวก็เสี่ยงสูงกว่า เพราะต้องเปิดช่องตัวเองมากขึ้น
เจดจึงเป็นตัวอย่างของนักกีฬา “สายเสี่ยงอย่างมีระบบ”
- ใช้ฟุตเวิร์กเข้าหา–ถอยออกเร็ว
- เช็กจังหวะด้วยขาหน้า
- รอจังหวะที่คู่ต่อสู้เผลอ แล้วดีดขาขึ้นศีรษะอย่างแม่น
ตรงนี้แหละที่ทำให้เธอดูแล้ว “มันส์ตา” สำหรับคนดู และกลายเป็นไอดอลของเด็กเทควันโดสายชอบเตะหัวทั่วโลก
จากแชมป์โอลิมปิกสู่การรักษาบัลลังก์: แชมป์ยุโรป แกรนด์ปรีซ์ และแชมป์โลก
หลังลอนดอน 2012 เจดไม่ได้หยุดอยู่แค่คำว่า “ฮีโร่ข้ามคืน” แต่เดินหน้าสะสมความสำเร็จต่อเนื่อง
ผลงานเด่นช่วงกลางอาชีพ เช่น
- แชมป์ European Games 2015 ที่บากู
- แชมป์ยุโรป 2016, ป้องกันแชมป์และคว้าอีกครั้งในปี 2018 และ 2021 รวมแล้วเป็นแชมป์ยุโรป 3 สมัย
- แชมป์รายการ World Grand Prix หลายสนาม และได้แชมป์รอบไฟนอลในปี 2014, 2016, 2017
- ปี 2019 กลายเป็น “แชมป์โลก” อย่างเป็นทางการในศึก World Championships ที่แมนเชสเตอร์ ถือเป็นการเติมเต็มช่องว่างสำคัญในคอลเลกชันเหรียญของเธอ
ช่วงนี้เองที่ชื่อของเจดถูกจัดอยู่ในระดับ “ตัวท็อปของโลก” แบบไม่มีข้อสงสัย
ริโอ 2016: ป้องกันแชมป์โอลิมปิกและการยืนยันสถานะตำนาน
โอลิมปิก ริโอ 2016 เป็นอีกหมุดหมายสำคัญ เจดกลับมาลงแข่งในรุ่นเดิม –57 กิโลกรัม ในฐานะ “แชมป์เก่า”
ความกดดันรอบนี้หนักกว่าครั้งแรกมาก เพราะทุกคนคาดหวังว่าเธอต้องป้องกันแชมป์ให้ได้ แต่สุดท้ายเธอก็ทำสำเร็จ ด้วยการเอาชนะ อีวา กัลโว โกเมซ (Eva Calvo) จากสเปน ในรอบชิง พร้อมคว้าเหรียญทองโอลิมปิกสมัยที่สองติดกันให้ตัวเองและทีม GB
หลังริโอ 2016 เธอถูกมองว่าเป็นหนึ่งในนักเทควันโดหญิงที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ ทั้งในมุมจำนวนเหรียญ และในมุม “ภาพจำ” บนสังเวียน
โลกของแฟนกีฬา: จากการเชียร์บนจอทีวีสู่แพลตฟอร์มกีฬาออนไลน์
ช่วงที่ Jade Jones โลดแล่นในเวทีโลก ก็เป็นช่วงเดียวกับที่โลกกีฬาเริ่มย้ายจากทีวีแบบดั้งเดิมไปสู่โลกออนไลน์แบบเต็มตัว
แฟนกีฬาอย่างเราเลยสามารถ
- ดูคลิปไฮไลต์ของเจดในแต่ละแมตช์ย้อนหลังได้ตลอด
- ตามผลสดจากสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพ์
- ดูหลายกีฬาในวันเดียวกันผ่านแพลตฟอร์มเดียว
บางคนใช้เว็บรวมกีฬา–บันเทิงเป็น “ศูนย์ข้อมูล” เอาไว้เช็กโปรแกรม ผลแข่ง และสถิติต่าง ๆ จากนั้นถ้าอยากต่อยอดความลุ้นของตัวเองก็ใช้บัญชีเดียวเชื่อมเข้าระบบต่าง ๆ ผ่านลิงก์อย่าง ทางเข้า UFABET ล่าสุด ตามสไตล์ของแต่ละคน จะสายเชียร์เฉย ๆ หรือสายวิเคราะห์ละเอียดก็ได้
แต่ไม่ว่าคุณจะอยู่ฝั่งไหนของจอ สิ่งที่หลายคนได้จากการดูเจดแข่ง คือบทเรียนเรื่องสมาธิ การกล้าเสี่ยงอย่างมีสติ และการกลับมาลุกใหม่แม้จะล้มในจังหวะที่สำคัญที่สุดของชีวิตนักกีฬา
ความฝันทองโอลิมปิกสมัยที่สามที่โตเกียว 2020 และรสชาติความผิดหวัง
หลังจากเป็นแชมป์โอลิมปิกสองสมัย แถมได้แชมป์โลกในปี 2019 เจดตั้งเป้าชัด ๆ ว่าอยากเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์เทควันโดที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกสามสมัยติดกัน
โอลิมปิก โตเกียว 2020 (แข่งจริงปี 2021) จึงเป็นเวทีที่ทั้งโลกจับตา เธอลงแข่งในฐานะเต็งหนึ่งของรุ่น แต่ทุกอย่างกลับจบลงเร็วเกินคาด – เธอแพ้ตั้งแต่รอบแรก และหมดโอกาสลุ้นเหรียญทันที
หลังการแข่งขัน เธอให้สัมภาษณ์ประมาณว่า
- ความเงียบของสนามที่ไม่มีคนดู (เพราะโควิด) ทำให้เธอรู้สึก “ตัวคนเดียว” มากกว่าปกติ
- การไม่มีครอบครัวและแฟน ๆ อยู่ใกล้ ๆ มีผลต่อสภาพจิตใจอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน
สำหรับแฟนกีฬา ภาพเจดที่นั่งกอดเข่า น้ำตาคลอหลังพลาดโอกาสทองสมัยที่สาม เป็นภาพที่ “เจ็บแทน” มาก แต่ก็ทำให้เราเห็นด้านที่เป็นมนุษย์ของตำนานคนหนึ่งชัดเจนขึ้น
ช่วงปลายอาชีพ: เหรียญยุโรป แชมป์เกมยุโรป และพายุดราม่าก่อนอำลาสังเวียน
แม้โตเกียว 2020 จะไม่เป็นไปตามฝัน แต่เจดไม่ได้หายไปจากวงการทันที
- ปี 2022 เธอคว้าเหรียญทองในรายการ President’s Cup และเหรียญทองแดงในชิงแชมป์ยุโรป รวมถึงเหรียญทองแดงในชิงแชมป์โลกที่เม็กซิโก
- ปี 2023 แม้จะสะดุดในบางรายการ แต่เธอก็กลับมาคว้าเหรียญทองใน European Games ที่โปแลนด์ รวมถึงแชมป์ World Grand Prix บางสนามอีกครั้ง
ปลายปี 2023 มีดราม่าเรื่องโดน “แบนชั่วคราว” เนื่องจากไม่สามารถส่งตัวอย่างปัสสาวะให้หน่วยงานต่อต้านโด๊ปของสหราชอาณาจักรได้ตามกำหนด แต่หลังจากสืบข้อเท็จจริงแล้ว หน่วยงานตัดสินว่าเธอ “ไม่มีความผิดหรือประมาทเลินเล่อ” จากเหตุผลด้านสุขภาพและสถานการณ์เฉพาะ ทำให้เธอถูกปลดสถานะแบน และกลับมาลงแข่งต่อได้ในปี 202
เธอกลับขึ้นสังเวียนโอลิมปิกอีกครั้งในปารีส 2024 หวังจะล่าทองสมัยที่สาม แต่ก็ต้องจบลงด้วยการพ่ายแพ้ในรอบแรกอีกครั้ง คราวนี้แฟน ๆ กลับมองด้วยความเข้าใจมากกว่าความเสียดาย เพราะรู้ดีว่าร่างกายและหัวใจของเธอผ่านอะไรมามากแค่ไหนแล้ว
ในเดือนมีนาคม 2025 เจดประกาศอย่างเป็นทางการว่าเธอจะ “เลิกแข่งเทควันโด” และหันไปเริ่มต้นเส้นทางใหม่ในวงการมวยสากล ซึ่งถือเป็นการปิดตำนานเทควันโดของเธอแบบเต็มตัว และเปิดบทแรกของชีวิตสายกีฬาในสนามใหม่ไปพร้อมกัน
ชีวิตนอกสังเวียน: เหรียญเกียรติยศ รายการทีวี และความเป็นไอคอนของคนเวลส์
เจดไม่ได้ดังแค่ในฐานะนักกีฬา แต่ยังกลายเป็น “บุคคลสาธารณะ” ที่คนในสหราชอาณาจักรรู้จักกันดี
- หลังลอนดอน 2012 ตู้ไปรษณีย์ในเมืองฟลินท์บ้านเกิดถูกทาสีทองเพื่อเป็นเกียรติให้กับเธอ
- ศูนย์กีฬา Flint Pavilion ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “Jade Jones Pavilion Flint”
- เธอได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ MBE และต่อมาเลื่อนเป็น OBE เพื่อยกย่องผลงานในวงการกีฬาเทควันโด
ด้านสื่อและบันเทิง
- เธอเคยไปออกรายการทีวีแนวกีฬาผจญภัยและเรียลลิตี้หลายรายการ
- ตัวตนที่ดูบ้าน ๆ ขี้เล่น ทำให้แฟน ๆ รู้สึกว่า “นี่คือเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่บ้ากีฬา” มากกว่าจะเป็นซูเปอร์สตาร์แตะต้องไม่ได้
ภาพรวมแล้ว เธอคือ “ฮีโร่ของชาวเวลส์” และเป็นตัวแทนของคนที่มาจากเมืองเล็ก ๆ แต่กล้าฝันไกลระดับโลก
แรงบันดาลใจสำหรับเด็กเทควันโดทั่วโลก
สำหรับเด็กเทควันโดจำนวนมาก เจด โจนส์ คือหนังสือเรียนเคลื่อนที่ทั้งในด้านเทคนิคและทัศนคติ
หลายคนลอก
- ฟุตเวิร์กแบบเบาแต่เร็วของเธอ
- สไตล์การใช้ขาหน้าเคาะระยะก่อนยิงท่าใหญ่
- ความกล้าเสี่ยงเตะหัวในจังหวะที่คนอื่นอาจเลือกเซฟเกม
ในขณะเดียวกัน โค้ชจำนวนไม่น้อยก็ใช้คลิปของเจดเป็น “โจทย์บ้าน” ให้ลูกศิษย์เปิดดู แล้วถามว่า
- ทำไมเธอถึงเลือกเตะจังหวะนี้
- ทำไมถึงถอยแทนที่จะบุกในบางช่วง
- จุดไหนในเกมที่เธออ่านคู่ต่อสู้ขาดแล้ว
เพราะฉะนั้น ชื่อของเจดจึงไม่ได้อยู่แค่ในสารบบเกียรติยศของสมาคมเทควันโด แต่ฝังอยู่ในวิธีคิดและสไตล์การเล่นของคนรุ่นใหม่ทั่วโลกด้วย
โลกของเราในฐานะแฟนกีฬา: ดู–เชียร์–ลุ้น อย่างมีสติและแรงบันดาลใจ
คนดูอย่างเราอาจไม่มีวันขึ้นสังเวียนชิงเหรียญโอลิมปิกเหมือนเจด โจนส์ แต่เราก็มี “สนามของตัวเอง” ทั้งในห้องเรียน ในที่ทำงาน หรือในเป้าหมายเล็ก ๆ ที่อยากทำให้สำเร็จ
ทุกครั้งที่เราดูเทควันโดหรือกีฬาอื่น ๆ ไม่ว่าจะผ่านทีวี หรือผ่านเว็บรวมกีฬาที่เข้าใช้งานง่ายอย่าง ยูฟ่าเบท เราไม่ได้แค่ดูผลแพ้ชนะ แต่เรากำลังดูวิธีที่คนคนหนึ่ง
- สู้กับความกดดัน
- รับมือกับความพ่ายแพ้
- กลับมาลุกใหม่ในวันที่ไม่มีใครคาดหวัง
ถ้าเราดูแล้วได้เพียงแค่ความมัน ก็ถือว่าคุ้มอยู่แล้ว แต่ถ้าเราดูแล้ว “ได้แรงบันดาลใจกลับมาใช้ในชีวิตจริงด้วย” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวินัย ความพยายาม หรือการกล้ายอมรับว่าบางครั้งต้องเปลี่ยนเส้นทาง นั่นยิ่งคุ้มมากกว่า
🪙ประวัติ เจด โจนส์ นักเทควันโดหญิงทีมชาติสหราชอาณาจักร คือบทเรียนว่าความล้มเหลวไม่ได้ลบตำนาน แต่ทำให้ตำนานสมบูรณ์
ท้ายที่สุด ประวัติ เจด โจนส์ นักเทควันโดหญิงทีมชาติสหราชอาณาจักร บอกเราชัดมากว่าความสำเร็จไม่ได้มีหน้าตาเป็นเส้นตรงจากจุดเริ่มต้นไปจุดสูงสุด เธอเริ่มจากหลานสาวจอมซนที่คุณตาพาไปลองเรียนเทควันโดในเมืองเล็ก ๆ กลายเป็นดาวรุ่งเยาวชน คว้าเหรียญทอง Youth Olympic ก้าวขึ้นมาคว้าเหรียญทองโอลิมปิกสองสมัย แชมป์โลก แชมป์ยุโรป และพร้อมกันนั้นก็ต้องกลืนความผิดหวังจากความพ่ายแพ้ในเวทีที่ทั้งโลกจับตา
เธอพิสูจน์ให้เห็นว่า “คนที่ยิ่งใหญ่” ไม่ใช่คนที่ชนะตลอด แต่คือคนที่ยอมรับได้ว่าตัวเองพลาด ยอมเจ็บ ยอมเสียใจ แต่ยังเลือกจะเดินหน้าต่อไปในรูปแบบใหม่ – จากการต่อสู้บนเสื่อเทควันโดสู่การเริ่มต้นในสังเวียนมวยสากล และจากการเป็นแชมป์โลกบนเวที ก็มาสู่การเป็นแรงบันดาลใจในหัวใจของผู้คน
ถ้าวันนี้เราหยิบอะไรจากประวัติ เจด โจนส์ นักเทควันโดหญิงทีมชาติสหราชอาณาจักร มาใช้ได้สักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความกล้าฝันไกลจากเมืองเล็ก ๆ ความตั้งใจซ้อมซ้ำ ๆ จนกลายเป็นตำนาน หรือความกล้ายอมรับว่าถึงเวลาต้องเริ่มต้นใหม่แล้ว นั่นก็พอแล้วที่จะทำให้เรื่องราวของเธอไม่ได้หยุดอยู่แค่ในหน้าประวัติศาสตร์กีฬา แต่เดินต่ออยู่ในชีวิตของเรา ทุกครั้งที่ต้องลุกขึ้นสู้ในแบบของตัวเอง 🥋💙